SMF - Just Installed!

ผู้เขียน หัวข้อ: !!ขาย เครื่องเสียงกลางแจ้ง ไมโครโฟน Atprosound.com คุณภาพดีมาก  (อ่าน 5 ครั้ง)

pramotepra222

  • Hero Member

  • ออฟไลน์
  • *****

  • 4124
    • ดูรายละเอียด
  - แนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้เราจึงมาเสนอแนะลักษณะการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปให้แก่ท่านทราบกัน เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือ การประสมประสานรูปแบบการทำงานของ คลาส A รวมทั้ง คลาส B เข้าด้วยกัน งั้นลำดับแรกเรามารู้จัก เพาเวอร์แอมป์คลาส A รวมทั้ง B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เยี่ยมชมเว็บไซต์และผลิตภัณฑ์ ไมโครโฟน https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่เสมอเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีประสิทธิภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แม้กระนั้นจุดเด่นของภาคขยายแบบคลาส A คือ ให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ความผิดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมาก เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้เดี๋ยวนี้หาได้ยากมากมาย จำนวนมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะส่วนใหญ่ เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเท่านั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่า คลาสA แต่ว่าข้อผิดพลาด คือ มีความผิดสติไม่ดีสูงเนื่องมาจากรอยต่อระหว่างสัญญาณด้านบวกและลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่นำมาซึ่งความบ้าสูง เดี๋ยวนี้กล่าวได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการผสมผสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A รวมทั้ง B เอาไว้รวมกันเพื่อมีคุณภาพสูงยิ่งกว่าคลาส A และก็ ความผิดสติไม่ดีต่ำยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ อย่างกับคลาส B แม้กระนั้นจะกระทำการแก้ไข้เรื่องความผิดพลาดสติไม่ดีรอยต่อระหว่างสัญญาณด้านบวกและก็ลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดฟั่นเฟือน ก็เลยทำให้ได้ประสิทธิภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ความร้อนต่ำยิ่งกว่าคลาส A และ เพาเวอร์แอมป์คลาส AB กล่าวได้ว่าได้รับความนิยมชั่วนิจนิรันดร์ของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกย่านเสียง และก็ ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสอื่นๆอีกมากมาย ดังเช่นว่า คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD รวมทั้ง EEEngine เป็นต้น

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี ต่างกันยังไง ?
ถ้าเกิดเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สีหมายถึงเหลือง กับแดง แล้วถ้าควรต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่อเครื่องดนตรี ประสิทธิภาพสูง
ออกมาทั้งหมด 2 รุ่น ในการใช้งานเครื่องดนตรีต่างชนิดกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีทุกหมวดหมู่ เหมาะสำหรับดนตรีคลาสสิก อย่างเช่น ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต เป็นต้น รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับเครื่องดนตรีชนิดคลาสสิก ตามที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงเครื่องดนตรีที่ดังมากมายๆยกตัวอย่างเช่น กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน และก็เครื่องลมทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งนับว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทร็อคแบนด์ ดังที่ยกตัวอย่างไป รวมทั้งยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับโลกอย่าง Metallica เลือกใช้ในลัษณะของการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์คอนเสิร์ตด้วยนะครับ

     - ราคา 29,760 บาท เท่ากันทั้ง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว แล้วก็คลิปหนีบตามจำพวกเครื่องดนตรีที่ปรารถนา 1 ชิ้น

Tags : เครื่องเสียงกลางแจ้ง